7 คำถามสำคัญที่คุณต้องตอบให้ได้ก่อนเริ่มทำเว็บไซต์
Table of Contents
1. คุณมี host และชื่อ domain หรือยัง?
อันดับแรกก่อนที่คุณจะสร้างเว็บไซต์ คุณควรจะต้องมี host และชื่อเว็บไซต์ (domain) เสียก่อน เราแนะนำให้คุณตั้งชื่อเว็บไซต์ให้สื่อถึงความเป็นธุรกิจของคุณ เทคนิคง่ายๆที่เราแนะนำคุณก็คือ ลองหยิบปากกาขึ้นมาแล้วเขียนไอเดียร์คร่าวๆที่คุณอยากจะใส่ลงไปในเว็บไซต์ของคุณ วิธีนี้จะช่วยให้คุณสามารถหาชื่อเว็บไซต์ที่ดีได้ ไม่เชื่อก็ลองดูสิ !
เอาล่ะ เมื่อคุณได้ชื่อเว็บไซต์มาแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือคุณต้องเชคเสียก่อนล่ะว่าชื่อนี้มีคนใช้ไปหรือยังที่เว็บไซต์ whois ได้เลย ถ้ามีคนใช้ไปแล้วก็ต้องรีบคิดชื่อใหม่แล้วล่ะ
เราจะบอกทริกเล็กๆน้อยๆพร้อมยกตัวอย่างให้คุณดูกัน เช่น เว็บไซต์ journey52.com คุณจะเห็นว่าไม่ได้มีคำบ่งบอกความชัดเจนใดๆ โดยเฉพาะตัวเลข 52 หากไม่ได้มีความหมายใดๆต่อแบรนด์ของคุณ คุณก็ไม่ควรจะใช้ชื่อนี้เป็นชื่อเว็บไซต์ของคุณ คุณอาจจะต้องหาชื่อใหม่ที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น bangkokjourney.com เป็นต้น
เมื่อได้ชื่อที่ถูกใจแล้ว ขั้นตอนต่อไปที่คนทั่วไปมักมองข้าม แต่จริงๆแล้วสำคัญไม่น้อยไม่กว่าการตั้งชื่อเลยก็คือการเลือก web host เว็บไซต์ของคุณจะดาวน์โหลดช้าหรือเร็วและมีความเสถียรมากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการเลือก web host เหมือนกันนะจะบอกให้ ซึ่งเจ้าสองสิ่งนี้ล้วนมีส่วนสำคัญในการสร้างประสบการณ์ในการใช้งานของผู้ที่เข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณ คิดดูสิ! ถ้าลูกค้าเข้ามาดูเว็บไซต์ของคุณแล้วปรากฏว่าเว็บไซต์ของคุณโหลดช้ามากๆ มันก็คงจะไม่เป็นผลดีต่อธุรกิจของคุณเป็นแน่ ใช่ไหมล่ะ? เพราะฉะนั้นคุณควรหาข้อมูลให้ดีเสียก่อนที่จะเลือกใช้งานกับ web host เจ้าไหน สำหรับทาง Glow Digital เอง เราใช้งานอยู่กับ Ruk Com ซึ่งก็นับว่าเป็น web host ที่ดีเจ้าหนึ่งเลยล่ะ
2. คุณเลือก Content Management System ที่เหมาะสมหรือยัง
หลายๆคนคงงงๆและไม่เข้าใจว่าไอ้เจ้า content management system (หรือที่เราเรียกกันย่อๆว่า CMS) มันคืออะไร พูดให้เข้าใจง่ายๆมันก็คือระบบหลังบ้านของเว็บไซต์นั่นแหละ เอาไว้สร้าง จัดการ แก้ไข จัดเก็บ เว็บไซต์ของเรานั่นเอง โดยเจ้า CMS เนี่ยก็มีหลายยี่ห้อ หลายเจ้าให้เราเลือกใช้ ส่วนมากก็จะมี interface ที่สามารถใช้งานได้ง่าย ดูแล้วไม่น่ากลัว ไม่ต้องใช้ความรู้ในการเขียนโค้ด HTML ในการจัดการ ซึ่งในปัจจุบัน CMS ที่เป็นที่นิยมก็ได้แก่ Wordpress, Joomla และ Drupal จริงๆแล้วไม่ได้มีแค่นี้นะ ยังมีอีกหลายเจ้าให้คุณเลือกใช้เลยล่ะ แต่ที่คนส่วนมากนิยมใช้กันก็จะเป็นเจ้า 3 ยี่ห้อนี่ล่ะ เราแอบกระซิบให้ว่าเว็บไซต์ Glow Digital เราเลือกใช้ wordpress เพราะใช้งานง่าย และค่อนข้างเป็นที่นิยม
สิ่งสำคัญอีกข้อคือคุณต้องรู้วิธีการเข้าหลังบ้าน (backend) เพื่อแก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ โดยที่คุณไม่รู้สึกว่ามันเป็นเรื่องยาก พูดให้เข้าใจง่ายๆก็คือคุณควรเลือก CMS ที่มีรูปแบบหลังบ้านที่ถูกจริตของคุณนั่นเอง และสุดท้ายนี้จงแน่ใจว่าคุณได้เลือกใช้โซลูชั่นที่ยืดหยุ่นและ scalable ส่วนการเลือกใช้ drag and drop builder อย่างเช่น WIX ในการสร้างเว็บไซต์ของคุณนั้น ก็ถือว่าใช้งานได้ดีถ้าหากว่าคุณเป็นธุรกิจขนาดเล็กและต้องการแค่เว็บไซต์ที่ไม่ได้มีฟีเจอร์ซับซ้อนอะไรมากนัก แต่ถ้าหากคุณต้องการเว็บไซต์ที่มีฟีเจอร์และฟังก์ชั่นมากขึ้นในอนาคต WIX คงไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีนัก เพราะนั่นหมายถึงคุณอาจจะต้องเสียเวลาสร้างเว็บไซต์ใหม่ขึ้นมาเพื่อแทนของเก่าเลยทีเดียวเชียวล่ะ
3. คู่แข่งของคุณกำลังทำอะไรอยู่
การศึกษาคู่แข่งทางธุรกิจของคุณเป็นสิ่งที่คุณควรจะต้องทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันสามารถเป็นไกด์ไลน์ให้คุณในการออกแบบเว็บไซต์ได้ คุณจะต้องรู้วิธีที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณดูโดดเด่นจากคู่แข่งแต่ก็ยังสามารถตอบสนองความต้องการและความคาดหวังของผู้ที่เข้ามาชมเว็บไซต์ได้ในเวลาเดียวกัน ดังนั้นคุณจำเป็นต้องรู้ว่าคู่แข่งของคุณกำลังทำอะไรอยู่ และแนวคิดในการออกแบบหลักของพวกเขาคืออะไร เพื่อที่คุณจะได้นำมาปรับใช้กับเว็บไซต์ของตัวเอง การศึกษาคู่แข่งจะทำให้คุณรู้ว่าสิ่งไหนดีและสิ่งไหนที่ไม่ดี โดยที่คุณไม่ต้องมาเสียเวลาทดลองผิดๆถูกๆกับเว็บไซต์ของตัวเองเลยด้วยซ้ำ ซึ่งจะช่วยให้คุณประหยัดเวลาไปได้มากเลยทีเดียว
4. คุณวางกลยุทธ์ด้าน content สำหรับเว็บไซต์ของคุณหรือยัง (content strategy)
กลยุทธ์ด้านคอนเทนท์จะเป็นตัวกำหนดทิศทางเนื้อหาในเว็บไซต์ของคุณ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องสำคัญที่คุณจะต้องวางแผนล่วงหน้าก่อนที่จะเริ่มทำเว็บไซต์ โดยเริ่มจากการแยกกลยุทธ์ด้านคอนเทนท์ออกเป็นขั้นตอนเพื่อที่คุณจะสามารถโฟกัสได้ทีละอย่างในแต่ละช่วงเวลา ยกตัวอย่างเช่น คุณเพิ่งจะทำการ rebrand ธุรกิจของคุณ content ที่คุณควรนำเสนอก็คือ ทำไมแต่ละบริษัทถึงควรจะทำการ rebrand การนำเสนอคอนเทนท์นี้ก็เพื่อขยายและสร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายว่า เฮ้ ฉันมีการเปลี่ยนแปลงนะ ฉันทำการ rebrand แล้วนะ
หลังจากนั้นคอนเทนท์ที่คุณควรนำเสนอคือ การนำเสนอสินค้าและบริการของคุณ พร้อมทั้งนำเสนอว่าคุณเหนือกว่าคู่แข่งตรงไหน ซึ่งกลยุทธ์ด้านคอนเทนท์เหล่านี้จะช่วยให้เพิ่มอัตราการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณ เมื่อคุณกำหนดทิศทางกลยุทธ์ด้านคอนเทนท์ได้แล้ว สิ่งที่คุณจะลืมไม่ได้เลยก็คือการแบ่งหน้าที่ให้ทีมของคุณ คนที่รับผิดชอบด้านการสร้างคอนเทนท์นั้นก็จำเป็นจะต้องรู้วิธีใช้งานของ CMS ในข้อ 2 ด้วย ไม่งั้นล่ะก็… คงจะไม่ดีแน่ๆ หากคนสร้างคอนเทนท์กลับไม่รู้วิธีที่จะเข้าไปจัดการกับคอนเทนท์บนเว็บไซต์ เพราะฉะนั้นอย่าลืมเลือกแบ่งงานให้ถูกคนด้วยล่ะ
5. คุณมีงบเท่าไรในการทำเว็บไซต์
6. คุณจะวัดปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ของคุณอย่างไร
Web analytic tools ทั้งหลายจะช่วยให้คุณทราบถึงข้อมูลของผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ โดยคุณจะเห็นจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์, หน้าไหนที่พวกเขาเข้าชม, พวกเขาใช้เวลาเท่าไรในการเข้าชมเว็บไซต์แต่ละครั้ง และยังสามารถให้ข้อมูลอื่นๆได้อีกมากมายเลยล่ะ แต่น่าเสียดายที่เจ้าของธุรกิจขนาดเล็กส่วนมากไม่ใส่ใจกับ web analytic tools เหล่านี้ แต่เมื่อคุณได้อ่านบทความนี้แล้วล่ะก็ จงรู้ไว้เถอะว่าไม่ว่าคุณจะเป็นธุรกิจขนาดเล็กหรือขนาดใหญ่ที่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง มันสำคัญมากที่จะเข้าใจพฤติกรรมของลูกค้าของคุณ เพื่อที่คุณจะสามารถนำมันไปใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้พวกเขาได้รับประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ที่ดีขึ้น
ฟังดูเหมือนยากใช่ไหมล่ะ แต่จริงๆแล้วการใช้งาน Web analytic tools นี้มันง่ายมาก เราแนะนำให้คุณใช้ Google Analytics เพราะมันฟรี! และที่สำคัญวีธีการติดตั้งแต่ตั้งค่าก็ง่ายมากๆ ไม่กี่ขั้นตอนก็เสร็จแล้วล่ะ สุดท้ายนี้เราจะบอกกับคุณว่า การเข้าใจลูกค้าได้ดีขึ้นหมายถึงการตัดสินใจทางธุรกิจที่ดีขึ้นด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นอย่ามองข้ามข้อนี้ไปล่ะ
7. คุณมี web designer หรือยัง
ถ้าคุณมีนักออกแบบเว็บไซต์มือโปรอยู่ในทีมของคุณล่ะก็ เปรียบเสมือนคุณมีทนายมือดีไว้สู้คดีในศาลเลยทีเดียวเชียวล่ะ เพราะสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เว็บไซต์ของคุณออกมาเจ๋งก็คือนักออกแบบเว็บไซต์ที่มีประสบการณ์ และมีทักษะในการใช้ web design tools ต่างๆ เพราะเขาจะทำให้ทุกอย่างบนเว็บไซต์ของคุณสามารถใช้งานได้จริงตามที่คาดหวังไว้
Glow Digital พวกเราคือ web design agency เรามีทีมออกแบบเว็บไซต์มือโปรที่รักในการครีเอทเว็บไซต์ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้ปริมาณการเข้าชมที่มากขึ้น ถ้าหากว่าคุณต้องการเว็บไซต์เจ๋งๆสำหรับธุรกิจหรือแบรนด์ของคุณแล้วล่ะก็ เข้ามาพูดคุยหรือขอคำแนะนำจากเราได้เลย คลิกเลย
Auther
Sari Honkala
Originally from Finland, Sari honed her marketing chops in England before finally settling in Bangkok.
She’s passionate about creating high quality content for clients, quantitative performance metrics and leveraging data for actionable insights.
No matching results found
บทความล่าสุด
ต้องการคำปรึกษาเรื่องการตลาดออนไลน์ใช่ไหม
กรอกแบบฟอร์มด้านล่าง แล้วทีมงานผู้เชี่ยมชาญจะติดต่อกลับหาคุณทันที